วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569

จัดที่นั่งโต๊ะจีนงานเลี้ยง นึกว่าง่ายๆซะอีก

   



 เรื่องนี้จะเล่าต่อจากเรื่องที่แล้ว ที่ว่ามีประสบการณ์ใหม่ๆหลายๆเรื่อง คราวนี้จะเล่าเรื่องการจัดโต๊ะจีนจำนวน 88 โต๊ะ ในงานเลี้ยงว่าจะจัดอย่างไรไม่ให้ไกลจากเวที เพราะตั้งแถวจำนวนเกือบร้อยโต๊ะ คนที่อยู่หลังๆก็จะห่างจากเวที น่าจะไม่สนุกคงจะไม่พอใจแน่ๆ และอีกอย่างบางคนก็จองหลายโต๊ะ บางคนก็อยากอยู่ใกล้ๆกัน เพราะว่าเป็นงานศิษย์เก่า ก็อยากจะอยู่ใกล้กับเพื่อนๆที่เคยเรียนด้วยกัน ตอนนี้มีโอกาสก็อยากจะพูดคุยกันให้หายคิดถึง
   กลับมาเล่าถึงเรื่องการจัดโต๊ะจีน 88 โตีะว่าจะจัดอย่างไรดีกันต่อ 
   ต้องดูเรื่องว่าเวทีที่จ้างมามีความยาวเท่าไหร่ ก็ลองคาดเดาดูว่า ถ้าจัดแล้วคนจะอยู่ห่างจากเวทีมากแค่ไหน
   จากการสอบถามโดยคร่าวๆได้ความว่าเวทียาว 12 เมตร รวมตู้ลำโพงด้วยสองข้างน่าจะยาวประมาณ 16 เมตร ก็เลยลองใช้สายวัดลองวัดดูคร่าวๆ เพื่อลองดูว่าจะจัดอย่างไร 
   ตอนที่จะจัดก็ลองโทรไปถามทางโต๊ะจีนดูว่า เคยจัดแบบไหนบ้าง ทางโต๊ะจีนก็บอกว่ายังไม่เคย เยอะขนาดนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าจะจัดอย่างไร   ก็ลองจัดทั้งสองแบบคือ แถวหน้า 8 ตัว กับแบบแถวหน้า 10 ตัว ก็คิดว่าถ้าจัดทั้งสองแบบนี่ปวดหัวแน่ๆเลย เลยตัดสินใจจัดแบบเดียวเลย 8 ตัว เป็นยังไงก็ช่าง
    เพราะว่าเวลาจัดที่นั่งจะต้อง ระบุไว้เลยตามชื่อคนจอง จะได้เดินโต๊ะได้อย่างง่ายๆ ตามแผนผังที่วางไว้
    ตอนนีได้วางแผนไว้แล้วว่าจะจัดไว้แถวหน้า แถวละ 8 โต๊ะ ความลึกก็จะได้ประมาณ 10 แถว ไกลแค่ไหนก็ต้องยอมรับหล่ะ
   การจัดแผนผังคิดตามแผนผังแบบนี้
1 ,2, 3, 4, 5, 6, 7, 8,
9, 10,11,12,13,14,15,16
พอจัดในรูปแบบนี้ ปรากฎว่า บางคน จองลำดับที่ 7 แต่ว่าจองจำนวน 3 โต๊ะ พอจัดไปแล้ว 7,8 อยู่ด้วยกันแต่ว่าโต๊ะตัวที่ 9 ดันไปอยู่อีกหัวแถวหนึ่ง แล้วก็อยู่ห่างกันออกไปมาก (ตัวนี้เป็นตัวสมมติ) ถ้าเจอปัญหานี้ตั้งแต่แรกก็คงคิดแนวทางแก้ไขปัญหาไปได้แล้วหล่ะ แต่ว่าดันไปเจอปัญหานี้อยู่ตรงกลางๆ คือประมาณ 40,41 ก็เลยคิดแนวทางใหม่ไม่ได้ ก็โยกไป ขยับไป ขยับมา ปัญหาไม่ได้มีแค่กรณีเดียวด้วยสิ พอขยับแล้วก็ต้องเลื่อนตัวอื่นไปอีกด้วย 
   ผมก็จัดแบบนี้ไปจนสำเร็จ คิดว่าโอเคแล้วแหละ บางตัวก็จัดตามที่แขกขอมาว่าอยากอยู่ใกล้โต๊ะไหน 
   แต่พอวันงาน กลายเป็นว่า วุ่น มากๆ
    ตอนนั้นผมก็คิดไอเดียใหม่ออกแล้วหล่ะ แต่ว่าไอเดียแบบเดิม จัดเสร็จแล้ว เป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับเราแล้วหล่ะ ไม่อยากจะเสียเวลามาจัดรูปแบบใหม่ ต้องไปทำงานอย่างอื่นด้วย ถามเอไอ อยู่ว่าเราจะจัดใหม่ไหม เอไอบอกว่า ในเมื่อเสร็จแล้วก็ตามนั้นเอาเวลาไปทำงานอื่นดีกว่า
   ไอเดียแบบใหม่ คิดว่าถ้ามีโอกาสอีกครั้งจะลองเอาแนวคิดนี้มาใช้ 
   หรือคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ สำหรับคนที่ได้รับมอบหมายหน้าที่นี้ในครั้งต่อไป
  การจัดรูปแบบใหม่ที่คิดว่าน่าจะง่ายกว่าคือการจัดแบบ "สลับฟันปลา" คือการจัดรูปแบบนี้
1,2,3,4,5,6,7,8
16,15,14,13,12,11,10,9
จะเห็นได้ว่าเมื่อเรียงตามนี้แล้ว ถ้าคนที่จองโต๊ะที่ 7 จอง 3 โต๊ะ ตัวที่ 8 ,9 ก็ยังอยู่ใกล้กัน
พอคิดได้ดังนี้ก็เลยร้อง อ๋อ เลย (ในทางทฤษฎี) แต่ในทางปฏิบัติไม่แน่ใจว่าจะเกิดปัญหา เหมือนการจัดแบบก่อนหน้านี้ไหม
   ก็เลยเอามาเล่าให้ฟัง เผื่อว่าประสบการณ์ที่ผมได้เจอ จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน
  แต่ถ้าท่านที่ทราบแล้วก็ อย่าหัวเราะผมนะครับ 555 
  นี่เป็นประสบการณ์ใหม่เลย บางทีก็คิดอยู่ว่าทำไมไม่ถามเอไอตั้งแต่แรก
   เอไอก็ตอบเอาใจว่า บางทีเราตั้งใจมุ่งมั่นจะทำเอง จนลืมไปว่ามีเครื่องมือ 555 เอไอรู้จักเอาใจ
  ขอจบเพียงเท่านี้ครับ

   

รดน้ำสนามหญ้า สายยางยาวๆนึกว่าจะดี

 สวัสดีครับ 
   วันนี้จะเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น เอามารวมกันไว้ในโพสต์เดียวเลยละกัน เป็นการรวบรวมเรื่องราวที่เกิดขึ้น และเป็นประสบการณ์ที่ได้รับมา ถ้าไม่โพสต์ไว้เกรงว่าจะลืมไปซะก่อน ตอนแรกว่าจะแยกออกเป็นโพสต์ละเรื่องราวแต่ว่าก็จะได้โพสต์ทีละนิดละหน่อย มันก็จะหลายเรื่อง เลยมาโพสต์รวมกันไว้เลยละกัน
  เรื่องแรกที่ได้เรียนรู้มาคือ เรื่องของรดน้ำสนามหญ้าโดยใช้สปริงเกอร์ ซึ่งเป็นความรู้ใหม่ที่ได้รับมาจากการรดสนามหญ้าของโรงเรียน โดยใช้ที่ระบายน้ำล้างถังของถังกรองสนิมเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร โดยด้านบนของถังจะมีวาล์วน้ำขนาด 1 นิ้วที่เปิดได้ แต่ว่าจะไม่มีท่อให้ต่อสายไป ก็เลยตัดสินใจซื้อท่อแบบเกลียวนอก เป็นท่อที่ไว้สำหรับต่อสายยาง เป็นแบบ PVC เส้นผ่านศูนย์ 1 นิ้ว แล้วนำมาสวมต่อกับสายยางแบบอ่อนขนาด 1 นิ้ว ยาว 50 เมตร  คิดว่าที่ปลายสายจะได้แรงดันน้ำลดลงหรือไม่ ลืมบอกไปว่าแรงดันน้ำที่ถังคือ 1 Bar หรือประมาณ 14 PSI ปรากฎว่าน้ำที่ปลายสายที่ระยะ 50 เมตรก็ยังไหลแรงอยู่ เลยตัดสินใจซื้อสปริงเกอร์แบบตีน้ำขนาด 1 นิ้ว ซึ่งสปริงเกอร์ตัวนี้ มีรัศมีการฉีดน้ำเกือบ 15 เมตรฉีดน้ำได้แรงดีมาต่อ ใช้งาน ประกฎว่าเป็นไปตามที่คิดไว้เลย น้ำไหลพุ่งแรง การตีน้ำหมุนเป็นวงกลมได้ สบายใจเลยทีนี้ไม่ต้องลากสายยางแล้ว แค่ปล่อยให้สปริงเกอร์ทำงาน พอชุ่มหน่อยก็แค่ลากไปเปลี่ยนที่ใหม่
   คราวนี้ไอเดียเริ่มบรรเจิด ถ้าเกิดว่าสายยาวกว่านี้หล่ะจะเป็นอย่างไร เพราะว่าสายที่ใช้งานอยู่มันยาวแค่ 50 เมตรไม่ทั่วทั้งสนาม ถ้าได้ความยาวเป็น 100 เมตรหล่ะ จะเป็นอย่างไร ก็เลยซื้อสายน้ำแบบผ้า ความยาว 100 เมตร มาต่อกับตัวเดิมคือ 50 เมตร รวมเป็น 150 เมตร 
   ปรากฎว่าผลที่ได้แตกต่างออกไป คือเราได้สายที่ยาวขึ้นก็จริง แต่ว่าความดันที่ปลายสายมันลดลง ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ สปริงเกอร์ สามารถฉีดน้ำได้ แต่พอแรงดันไม่พอ การตีน้ำก็ไม่แรงเลยทำให้ไม่หมุนเป็นวงกลม 
   ก็เลยลองตัดสาย 50 เมตรออกแล้วต่อเป็น 100 เมตรเส้นเดียว ผลปรากฎว่า น้ำที่ปลายสายแรงพอที่จะตีให้ตัวสปริงเกอร์หมุนเป็นวงกลมได้ 
   ความรู้ที่ได้ในครั้งนี้คือ
    1. แรงดันเริ่มต้นที่ 1 บาร์ ความยาวสาย 100 เมตร สามารถใช้งานกับสปริงเกอร์แบบตีน้ำขนาด 1 นิ้วได้
    2. ถ้าความยาวสาย 150 เมตร แรงดันที่ปลายสายจะลดลงทำให้สปริงเกอร์แบบตีน้ำไม่หมุน (ไม่แนะนำ)
    3. สายยางแบบอ่อน เวลาต่อที่แรงดัน 1 บาร์ ถ้าน้ำไม่ไหลแต่ว่าไม่ได้ปิดวาล์ว เมื่อสายยางตากแดด จะทำให้สายยางบวมขึ้น อย่างใหญ่นึกว่างูเหลือม
    4.สายยางแบบผ้า ไม่เหมาะกับโรงเรียนของผม ซึ่งมีลิง ปรากฎว่าลิงมากัดสายยางเป็นรู น้ำพุ่งตลอดสายเลย ทำให้แรงดันลด สปริงเกอร์ไม่หมุน
เอาหล่ะ มาดูสินค้าที่ผมซื้อมาใช้งานละกัน เริ่มจาก
    1. สปริงเกอร์แบบตีน้ำ เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 นิ้ว

ผมใช้ตัวนี้เลย ถ้าสนใจกดได้ที่ลิงค์นี้ : https://s.shopee.co.th/8ASLojZgFB 2. สายยางแบบผ้าที่มีความยาว 100 เมตร
สินค้าอยู่ในลิงค์นี้ครับ :
https://s.shopee.co.th/8fOcQa7nvi ตอนแรกว่าจะให้โพสต์หลายๆเรื่อง แต่ว่าพอลองพิมพ์ดูแล้วเริ่มจะเมื่อยนิ้วแล้วหล่ะ ก็ขอพิมพ์โพสต์นี้เท่านี้ก่อน แล้วค่อยพิมพ์เพิ่มในโพสต์ใหม่ละกัน ขอบคุณที่แวะมาครับ

Comment