วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

โทรศัพท์เครื่องค้าง จอสัมผัสรวน แก้ไขยังไงดี


โทรศัพท์เครื่องค้าง แก้ไขยังไงดี (โพสต์นี้เป็น Android เครื่อง Samsung A53 5G)
  เป็นเรื่องที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก ถ้าโทรศัพท์เครื่องที่รัก เครื่องที่หวงแหน หรือว่าเครื่องที่มีความลับ(เงินในบัญชี) เกิดอาการรวน หรือค้าง กดหน้าจอไม่ได้ กดปิดก็ไม่ได้ จะรีสตาร์ทก็ไม่ได้
    นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย พยายามกดหน้าจอ ก็กดได้ แต่ว่าไม่เป็นไปตามที่ปุ่มบอกไว้ เช่น กดปุ่มย้อนกลับ กลับกลายเป็นว่าไปโดนปุ่มอื่น แบบไม่ตั้งใจ ปัดหน้าจอเมนูลงมาได้ แต่พอจะเลือกรีสตาร์ท กลับกดยังไงก็ไม่โดน (เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพไว้)  มันน่าหงุดหงิดยิ่งนัก 
    ถ้าเป็นโทรศัพท์สมัยแต่ก่อนที่ถอดแบตเตอรี่ออกได้ นี่ไม่ยากเลย จับถอดแบตเตอรี่อย่างเดียว แต่โทรศัพท์สมัยใหม่เป็นแบบถอดแบตเตอรี่ไม่ได้
ลำดับขั้นตอนและความพยายามแก้ไขปัญหาของผมคือ
    1.อันดับแรกก็พยายามจะรีสตาร์ทเครื่องให้ได้ ทั้งปัดเมนูลงมา แต่พอจะกดรีสตาร์ทก็กดไม่ได้(ไม่สำเร็จ)
    2. เข้าเมนูรีสตาร์ทโดยการกด power+ปุ่มลดเสียงค้างไว้ ก็ไม่สามารถไปจิ้มคำสั่ง รีสตาร์ทได้ (ไม่สำเร็จ)
    3. เอาหล่ะ หน้าจอที่ค้างๆแบบนี้ กดไม่โดนปุ่ม หรือเมนูที่ต้องการ เป็นกับฟิล์มที่ติดหน้าจอหรือเปล่า อาจจะเป็นเพราะฟิล์มที่ติดเลยทำให้กดไม่ได้ ผมก็เลยตัดสินใจแกะฟิล์มที่ติดออกซะ ในเมื่อฟิล์มมันก็เริ่มแตก หลายจุดเป็นเส้นๆบ้างแล้วหล่ะ ก็ถือโอกาสเปลี่ยนใหม่ซะเลย จริงๆก็น่าเสียดายเพราะมันก็ใช้ได้อยู่ ติดมาราคาตั้ง 150 บาท ถ้าแกะแล้วยังไม่ได้อีกก็เสียดายเงินจัง พอแกะฟิล์มออกมา ปรากฎว่า........ไม่ได้กดไม่ได้เหมือนเดิม  เศร้าเลยทีนี้ ฟิล์มก็แกะออกมาแล้ว เครื่องก็ยังรวนอยู่ แน่นอนหล่ะตอนนี้เสียไปแล้วแน่นอน 150 บาทค่าฟิล์ม 

    4.ไอเดียใหม่เริ่มหลั่งไหลออกมา คราวนี้คิดออกได้ (หลังจากแกะฟิล์ม) 
ในเมื่อกดปุ่มไม่ได้ ถ้าใช้เมาส์กดหล่ะ (ทำไมเพิ่งคิดได้เนี่ย น่าจะคิดได้ก่อนแกะฟิล์ม) 
ถ้าใช้เมาส์คลิก อาจจะใช้งานได้ พอคิดได้แล้วก็เลยดำนเนินการดังต่อไปนี้
     - พอดีว่ามี dex ตัวที่ใช้ในการต่อหน้าจอโทรศัพท์เข้าจอด้วยสาย HDMI ซึ่งว่าตัวนี้สามารถต่อเข้ากับ Samsung ที่มี Dex ซึ่งเคยใช้กับ Galaxy Note 8 ซึ่งมีพอร์ต USB ที่สามารถต่อเมาส์หรือแป้นพิมพ์เรียกว่า USB-C to HDMI & VGA Adapter 
USB-C to HDMI & VGA Adapter สั่งซื้อคลิก

     - และที่บ้านก็มีเมาส์คอมพิวเตอร์ด้วย แบบไร้สาย 

ต่อเมาส์เข้า USB สนใจคลิก

     - ดำเนินการต่อเข้ากับพอร์ต USB TYPE-C ของโทรศัพท์แล้วก็ต่อเมาส์เข้าไป

เมาส์ไร้สาย สนใจคลิก


ปรากฎว่า เมาส์พอยต์เตอร์ในจอใช้งานได้ครับ เลื่อนไปดูเงินใน แอปธนาคารก่อนเลยครับ กลัวว่าเงิน 900 บาทที่มีอยู่จะถูกโอนออกไปหมดแล้ว (จริงๆก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้กด ลิงค์ ไหนเลย เพียงแค่ใส่ในกระเป๋ากางเกง) 
    โอเค เงิน 900 บาท ยังอยู่ครบ ครับ สบายใจได้ 
     กดลากเมนูลงมา กดรีสตาร์ท
หน้าจอรีสตาร์ท


     ตอนนี้ก็ลุ้นรอดูว่าจะกลับมาใช้งานได้ไหม
    ผลปรากฎว่า หลังจากรีสตาร์ท ใช้งานได้ปกติครับ
เลยสรุปได้ว่า ถ้าเครื่องค้าง ต่อเมาส์ เข้าเมนู รีสตาร์ทครับ
   เราสามารถใช้ OTG มาต่อเมาส์ก็ได้นะครับ 
   หลังจากเครื่องใช้งานได้แล้ว ก็ต้องเข้าไปติดฟิล์มคืนครับราคา 100 บาท
   โอเค สบายใจ ได้เสียเงินแล้ว
   ขอจบโพสต์เท่านี้ครับ
ฟิล์มติดหน้าจอ สนใจคลิก




วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

โปรแกรมคำนวณบำนาญสมาชิก กบข.

โปรแกรมคำนวณบำนาญสมาชิก กบข.

ปี (พ.ศ. ว/ด) อัตราเงินเดือน จำนวนเดือน รวมเงิน
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
รวมจำนวนทั้งสิ้น 60 0.00

การคำนวณ

1. เงินรวม 0 ÷ 60 = 0.00 บาท (เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย)

2. สูตรการคิดบำนาญเพดาน 70%: (0 × 70) / 100 = 0.00 บาท

ระบุอายุราชการ: ปี

3. คำนวณบำนาญที่ควรได้: (0 × 25) / 50 = 0.00 บาท

บำนาญรายเดือนสุทธิที่จะได้รับ:
0.00 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

การลงทุนมีความเสี่ยง

 

การเติบโตของเงิน

โพสต์นี้จะขอเล่าเรื่องราวและผลการลงทุนของผม 
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อหลายปีที่ผ่านมา คือจะว่าไปแล้วมันก็นานมาก ตั้งแต่สมัยเรียนโน่นแหละครับ ด้วยความที่อยากเป็นนักลงทุน ก็เลยสนใจเรื่องราวการอบรมที่เกี่ยวกับการลงทุน ในอดีตนั้นการจะหาความรู้เรื่องการลงทุนหรือความรู้เรื่องอื่นๆยังหาได้ยากตามอินเตอร์เน็ต เพราะว่าในตอนนั้น Google และ Youtube ยังไม่เป็นที่นิยม การจะค้นหาใน Google ก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยตรงเท่าไหร่ และส่วนใหญ่ก็จะเป็นภาษาต่างประเทศส่วนมาก แต่ในตอนนั้นพวกเวปหนังสือพิมพ์ของไทยก็ยังมีพอให้อ่านได้อยู่ และการสนทนา หาความรู้ก็อาศัยเวปบอร์ดต่างๆเป็นหลัก ตอนเช้าๆเข้าเรียนก็เข้าไปดูเวปหนังสือพิมพ์ และก็เข้าไปอ่านในเวปบอร์ดที่ติดตามอยู่เป็นหลัก นี่คือวิธีการหาความรู้ทางอินเตอร์เน็ตในสมัยนั้น
    การอบรมเรื่องการลงทุนครั้งแรก ตอนนั้นมีการอบรมของ settrade ได้มีโอกาสเข้าไปรับฟัง เขาเปิดให้กับนักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป นั่นแหละคือการเข้าอบรมครั้งแรกเกี่ยวกับการลงทุนของผม และไม่แน่ใจว่า ได้เปิดบัญชี กับ settrade ด้วยหรือเปล่า จำได้เพียงว่า จะมีบัญชีจำลองให้เราได้ลองลงทุน ลองเทรดหุ้นดู มันก็นานมาแล้ว บัญชีก็ยังเข้าได้อยู่ แต่ก็ยังเป็นบัญชีจำลอง ไม่ได้เปิดพอร์ตลงทุนเลย 

การเทรดด้วยกราฟ

   ในช่วงนั้นมีข่าว IPO ของ PTT เปิดให้ลงทุน เรายังเป็นนักศึกษาอยู่ ก็คิดว่า น่าสนใจ แต่ไม่ได้เข้าไปลงทุนหรอก แต่ก็มีรุ่นพี่ท่านหนึ่งเขาได้ซื้อหุ้นไปจำนวนหนึ่ง
  แล้วเวลาก็ผ่านไปหลายปี จนผมได้มาทำงาน ก็มี IPO ของ OR ซึ่งเป็น ปตท.ขายปลีก ที่มีทั้ง เซเว่น อเมซอน เปิดให้รายย่อยได้ซื้อหน่วยลงทุน
   เอาหล่ะรอบนี้มีโอกาสแล้วก็เลยลงทุนซะหน่อย อยากรู้ว่าการเป็นผู้ถือหุ้นมันเป็นอย่างไร IPO ที่ราคา 18 บาท ตอนนี้เหลืออยู่ 13 บาท  
   จากคนอีสาน ก็กลายเป็นคนภาคเหนือทันที (ติดดอย)
    ช่างเหอะ ไม่เยอะปล่อยไป ถือว่า เป็นความรู้ละกัน
    การมีหุ้น OR สิ่งที่ได้คือ ปันผล 
   ด้วยการที่เริ่มลงทุนด้วย ทุนน้อยๆ รายย่อยแบบย่อยจริงๆ ปันผลที่ได้คือ 150 บาท (ไปคำนวณหาจำนวนหุ้นเอาเองนะ) หักภาษี 14.50 เหลือ 135.50 หักค่าธรรมเนียมการขึ้นเชค 10 บาท คงเหลือรับจริงเข้าบัญชี
120.50 บาท
   นี่คือการลงทุนในหุ้นด้วยตัวเองครั้งแรกของผม 
    เรื่องนี้ทำให้รู้ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง เราต้องใช้ความรู้ความเข้าใจอย่างมาก ในเรื่องการลงทุน คนที่เขาลงทุน หรือว่า เทรด มีหุ้นในพอร์ตเป็นล้านๆ เขาต้องเก่ง ต้องมีความรู้มากๆ และเข้าใจตลาด 
   ซึ่งเรามองจากมุมมองตรงนี้ก็ยังมองไม่ออก ว่าต้องมีความรู้และต้องหาความรู้ ข่าวสารแค่ไหนจึงจะเพียงพอ การเทรดของเราก็เหมือนการซื้อหวย เสี่ยงดวงเอาอย่างเดียว 
    มีความคิดเห็นอย่างไรและเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ครับ



Comment